ไม่ใช่ ท ทหารแต่อดทน

ความอดทนสวัสดีผู้อ่านที่ติดตามบ้างไม่ติดตามบ้าง ตามประสาการอัพเดทที่ขาด ๆ หาย ๆ ไม่ค่อยต่อเนื่องเอาเสียเลยในช่วงหลังมานี้  ก็อย่างว่าการสร้างเว็บ สร้างบล๊อกนั้นง่าย แต่การอัพเดทเรื่องราวอย่างสม่ำเสมอนั่นสิของยาก…. ว่ามั้ยครับ

วันนี้ขอเข้าเรื่องตัวเองอีกสักครั้ง  หลังจากพบการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้นกับตัวเอง…

เปล่า ! ไม่ได้หล่อขึ้น …
เปล่า ! ไม่ใช่เรื่องน้ำหนักตัว (จริง ๆ อยากให้เพิ่มด้วยซ้ำ)
เปล่า ! ไม่ได้ถังแตก จนต้องไปเกาะแม่กิน 555
และก็ เปล่า ! ไม่ได้ร่ำรวยขึ้น เช่นกัน …

ถ้านั่นคือการเปลี่ยนแปลงที่ทุกคนมองเห็นได้จากภายนอก อาจจะไม่มีอะไรนักสำหรับผมตอนนี้

แต่การเปลี่ยนแปลงบางอย่างภายในจิตใจ ต่างหากที่ผมเองเท่านั้น รับรู้และเข้าใจมันอย่างชัดเจนว่ามันได้เกิดขึ้นกับผม เหมือนกับที่คนรอบข้าง คนในครอบครัวเคยเปรย ๆ กับผมอยู่บ่อยครั้งแต่ผมก็ยังไม่ปักใจเชื่อมัน

สิ่งนั้นคือ “ความอดทน” ครับ ใช่แล้ว มันเข้ามาเป็นเกราะชั้นดีในจิตใจผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ผมรับรู้ได้ว่ามันกำลังทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างดี หรือนี่กระมังที่เขาเรียกว่าวุฒิภาวะในตัว เมื่อเราโตขึ้นเรื่อย ๆ มันถึงจะเริ่มมีและเริ่มทำงานดีขึ้น ๆ ตามลำดับ

แต่ผมก็ไม่ปักใจเชื่อเสียทีเดียวว่าเกิดจากวัยที่เราเติบโตขึ้น เพราะผมสังเกตว่าก็ยังเห็นคนที่สูงวัยกว่าเราตั้งเยอะแยะ แต่ยังวุฒิภาวะทางอารมย์แย่ ๆ อยู่เต็มไปหมด

ความอดทน

ผมกลับเชื่อว่า ภาวะความอดทน ที่เกิดขึ้นภายในตัวผมนั้นน่าจะมาจากการถูกฝึกฝนโดยไม่รู้ตัวอย่างต่อเนื่องหลาย ๆ ปี ที่ผ่านมากับทุกสิ่งที่เราทำ ทุกคำที่เราพูด ก็เป็นได้

ส่วนหนึ่งอาจมาจาก การได้ใช้ชีวิตสมณะเพศ ช่วงบวชกว่า 4 เดือนที่ต้องใช้เจ้าความอดทนนี้เข้ามากำกับเป็นอย่างมาก ต้องตื่นตี 4 ทำวัตรสวดมนต์จน 6 โมงเช้า  ช่วงค่ำก็ 1 ทุ่มครึ่งถึง 3 ทุ่ม เป็นอย่างนี้ทุกวัน ๆ กว่า 4 เดือนเลยทีเดียว

การมีน้ำอดน้ำทน เริ่มแสดงผลชัดขึ้นเรื่อย ๆ ในการใช้ชีวิตแต่ละวันของผม โดยเฉพาะการโลดเล่นบนเส้นทางทำกินสายนี้ (Affiliate และ Freelance) ต้องมีการพูดคุยกับผู้คนอยู่ทุกวี่วัน  ซึ่งผมสังเกตตัวเองว่า เริ่มโกรธคนอื่นยากขึ้น หลายอย่างปล่อยให้มันผ่านไปสักพักก็กลับมาพูดจากันได้ใหม่ ไม่ค่อยแสดงโทสะออกมาบ่อยครั้งเหมือนแต่ก่อน ซึ่งบางเรื่องถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงเป็นฟืนเป็นไฟไปนานแล้ว

อย่างเรื่องเมื่อวานนี้  ตอนสายไปติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ไปรษณีย์เนื่องจากมีธนานัติฉบับหนึ่ง ที่ตกหล่นระหว่างทาง คือต้นทางส่งมาแล้ว แต่ไม่ถึงผม ไม่รู้ว่าตกหล่นที่ไหน ช่วงจังหวะที่เข้าไปติดต่อเป็นเวลาสาย ๆ ที่เจ้าหน้าที่ทุกคนกำลังชุลมุนกับงานของตัวเอง แต่ก็ต้อนรับผมดี เรียกให้ไปนั่งรอก่อน เขาจะดำเนินการติดตามให้…

ผ่านไป 30 นาที เจ้าหน้าที่คนหนึ่ง เดินมาบอกว่าโทรไปถามทางไปรษณีย์ต้นทางแล้ว รอให้เขาโทรกลับมายืนยันอีกที ผมก็ ok รอต่อไป…

ผ่านไปอีกเกือบ 30 นาทีได้ เจ้าหน้าที่คนใหม่ เดินมาบอกว่าโทษที คนที่ให้โทรไปตามออกไปข้างนอกแล้ว เดี๋ยวเขาตามให้เอง อืม แปลกทำไมไม่ฝากเรื่องกันไว้ ก่อนออกไปนะ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็บอกว่ารอได้ แต่รีบหน่อยก็ดีเพราะผมเริ่มหิวข้าวหล่ะ –”

คราวนี้เงียบไปนานครับ เกือบ 40 นาทีได้มั่ง เห็นทุกคนสาละวนกับงานตัวเองผมก็ไม่อยากกวน ก็นั่งอ่านหนังสือรอเพลิน ๆ (แต่หิวข้าวมาก) ผมก็หันไปถามเจ้าหน้าที่ ที่กำลังชุลมุนกับงานตัวเองอยู่ว่าเรื่องไปถึงไหนแล้ว เขาก็บอกว่าเดี๋ยวไปตามให้นะ ก็หายไปสัก 5 นาทีได้ ก็กลับมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่คนเก่าที่สัญญาว่าจะไปดูให้

สรุปเขาบอกว่าให้ผมขึ้นไปชั้นบนนะ จะมีแผนกร้องเรียนเรื่องพัสดุหายอยู่ แล้วเดี๋ยวทางไปรษณีย์จะดำเนินการติดต่อไปอีกที ตอนนี้ให้ไปติดต่อข้างบนก่อน

อ้าว ! แม่เจ้า ให้ผมนั่งรอเกือบ 2 ชั่วโมงเชียวนะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะ มีโวยแล้ว แต่ครั้งนี้ผิดไปครับ ผมลุกขึ้นยิ้มแล้วบอกเขาว่า ขอบคุณมากครับพี่ เดี๋ยวผมรีบไปจัดการก่อนนะ เพราะหิวข้าวมากเลยครับ ยังไม่ได้ทานข้าวเช้าเลย (พูดยิ้ม ๆ) โดยไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรเขาเลยจริง ๆ นะ เพราะเห็นเขายุ่งกันจริง ๆ ุถึงแม้ว่าอาจจะลืมเรานานไปหน่อย

พอผมพูดเสร็จเจ้าหน้าที่คนนั้น เดินเข้ามาจับไหล่ผมแล้วบอก พี่ขอโทษนะที่ทำให้รู้สึกว่าต้องรอนาน น้องขึ้นไปติดต่อก่อนนะ ถ้ามีปัญหาอะไรลงมาแจ้งพี่ได้ เดี๋ยวพี่ตามให้นะครับ ขอโทษอีกทีนะน้อง

ผมก็พยักหน้ายิ้ม และรู้สึกดีที่เขายังแสดงการขอโทษ ทั้งที่เขาอาจจะทำหรือไม่ก็ได้ จากนั้นผมก็ขึ้นไปติดต่อเรื่องข้างบน แค่แป๊บเดียวไม่ถึง 10 นาทีก็เป็นอันเรียบร้อย

เดินออกมาจากไปรษณีย์ด้วยความรู้สึกว่า เห้ยยย ! ทำไมตรู แปลกไปว๊า ไม่รู้สึกโกรธเขาบ้างเลยรึเนี่ย แต่ก็รู้สึกดีครับที่เราไม่ได้ส่งต่อความรู้สึกไม่ดีจากคนหนึ่งคนไปสู่คนอื่น ๆ อีกหลายคน

ผมจึงกลับมาคิดได้ว่า เราเกิดเป็นคนนะ ควรที่จะเป็น ค คนที่อดทน ไม่จำเป็นต้องเป็นแต่ ท ทหารเท่านั้นที่อดทน ก่อนจากฝากบนกลอนหนึ่งไว้ดังนี้ครับ

ความอดทนนั้นสำคัญเป็นที่สุด
จงอย่าหยุดที่จะตามหาความฝัน
คงจะมีวันไหนเข้าสักวัน
ที่ฝันนั้นจะกลายเป็นความจริง

ขอให้ทุกคนอดทนฟันฟ่าเอาชนะทั้งใจตนเอง และใจผู้อื่นได้ในที่สุดครับ

จำนวนผู้อ่าน :6550

1 Comment. Leave new

กบนอกกะลา
May 12, 2011 4:19 pm

ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ท่านได้มันมาแล้ว ชัยชนะที่ไม่มีใครทำให้แพ้ได้ นอกจากจะยอมแพ้เอง สู้ๆ จร้า ฮิฮิ

Like or Dislike: Thumb up 1 Thumb down 0

Reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>